News & Events

สัมภาษณ์ ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ Microsoft Thailand คนใหม่ เดินต่ออย่างไรในยุคคลาวด์

  • วันที่ 09 ส.ค. 60
  • 312 View

ไมโครซอฟท์ประเทศไทย เพิ่งมีกรรมการผู้จัดการคนใหม่คือ นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ โดยเริ่มเข้ารับตำแหน่งมาหมาดๆ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

ก่อนมาร่วมงานกับไมโครซอฟท์ คุณธนวัฒน์เคยทำงานที่ IBM และ HP (ก่อนแยกบริษัทเป็น HPE) โดยตำแหน่งสุดท้ายคือกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเอ็นเทอร์ไพรส์ของบริษัท ฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) ทำงานกับ HP เป็นเวลาประมาณ 5 ปี

Blognone มีโอกาสสัมภาษณ์คุณธนวัฒน์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการคนใหม่ของไมโครซอฟท์ประเทศไทย และเล่าถึงทิศทางว่าไมโครซอฟท์จะเดินต่อไปอย่างไรในยุคของคลาวด์

คุณธนวัฒน์ เล่าถึงภารกิจองค์กรของไมโครซอฟท์ (mission) ที่ว่า "empower every person and every organization on the planet to achieve more" ซึ่งเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เพราะไมโครซอฟท์จะเข้าไปช่วยทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าองค์กร ให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นในด้านต่างๆ ด้วยโซลูชันของบริษัท

ส่วนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เกิดขึ้นจริง ก็ต้องดูรายละเอียดว่าปัจจุบันไมโครซอฟท์มี "มุมมอง" ต่อโลกอย่างไร เมื่อ 2-3 ปีก่อน ไมโครซอฟท์พูดถึงคำว่า Mobile First, Cloud First แต่ตอนนี้ สภาพการณ์ของโลกเปลี่ยนไปแล้ว ไมโครซอฟท์เปลี่ยนวิธีการมองเป็น Intelligence Cloud และ Intelligence Edge ที่ไปไกลกว่าแค่ Mobile แต่หมายถึงอุปกรณ์ปลายทาง (edge) ทุกชนิด

มุมมองแบบใหม่ มองว่าคนมีหลายอุปกรณ์ ระบบเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมๆ กำลังค่อยๆ หายไปและ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการช่วยพยากรณ์ธุรกิจไปข้างหน้า ตัวธุรกิจของไมโครซอฟท์เองก็ต้องเปลี่ยนจากการขายไลเซนส์ซอฟต์แวร์ มาเป็นการขายโซลูชันตามความต้องการของลูกค้าแทน

ในแง่การทำงาน บริษัทแม่มีการปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะกับธุรกิจยุคคลาวด์ ส่วนไมโครซอฟท์ประเทศไทยก็ต้องรีบปรับตัว ทั้งในแง่การปรับทักษะ (reskill) ของบุคลากรเดิม และการสื่อสารแนวทางใหม่ๆ ของไมโครซอฟท์ไปยังลูกค้าในประเทศไทยให้มากขึ้น ปัจจุบันไมโครซอฟท์ประเทศไทยมีสัดส่วนรายได้จากคลาวด์ประมาณ 30% ซึ่งยังขยายต่อได้อีกมาก เทียบกับประเทศพัฒนาแล้วที่สัดส่วนรายได้จากคลาวด์อาจสูงถึง 80-90% ด้วยซ้ำ

ขอบคุณบทความจาก : blognone.com

 

Seree ittijan

Chief executive officer of worldwidesoft.

facebook twitter likedIn

Share this article

script', 'facebook-jssdk'));